วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อความอ้วน

บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อความอ้วน


การแบ่งประเภทและมาตรฐานของน้ำหนักผู้ใหญ่

แหล่งที่มา : ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารของกระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน  (การควบคุมความอ้วนและน้ำหนัก)

ผู้ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ ดังเช่นชาวเกาะทะเลใต้ ที่อยู่ในตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก มีรูปร่างที่สมส่วน ไม่อ้วน แต่ก็ไม่ผอม ทั้งนี้เพราะน้ำมันมะพร้าว ช่วยลดความอ้วนได้ดีกว่าน้ำมันอื่นๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ช่วยกระตุ้นเมตาบอลิสซึม น้ำมันมะพร้าว มี MCT (medium-chain triglycerides) ซึ่งทำให้โมเลกุลของน้ำมันมะพร้าวมีขนาดเล็กกว่าโมเลกุลของน้ำมันอื่นๆ ซึ่งมี LCT (long-chain triglycerides) เพราะฉะนั้น มันจึงถูกย่อยได้เร็วมาก เร็วจนกระทั่งร่างกายของเรา ใช้มันเป็นแหล่งของพลังงานทันที มากกว่าที่จะนำไปสะสมเป็นอาหารสำรองในรูปของไขมันที่ไปสะสมตามส่วนต่างๆของ ร่างกาย MCT จะถูกใช้ไปเพื่อสร้างพลังงาน คล้ายกับคาร์โบไฮเดรต ดังนั้น มันจึงไม่เคลื่อนย้ายในกระแสเลือดคล้ายไขมันอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันมะพร้าวจึงไม่มีส่วนในการจัดหาไขมันให้แก่เซลล์ไขมัน หรือไปเพิ่มน้ำหนักตัวให้แก่ร่างกายของผู้บริโภค ปริมาณแคลอรีที่เราบริโภคเข้าไปในรูปของอาหารจึงถูกเผาผลาญในอัตราสูงขึ้น การกระตุ้นเมตาบอลิสซึมนี้ เกิดขึ้นเป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมงหลังการรับประทานอาหารที่มี MCT เป็นส่วนประกอบ ผลลัพธ์ก็คือ คุณได้พลังงานที่เพิ่มขึ้น และการเผาผลาญแคลอรีในอัตราที่เพิ่มขึ้นเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ทำให้เกิดความร้อนสูง (thermogenesis) : การเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมนี้ ยังนำไปสู่การเกิดความร้อนสูง นั่นคือมีการเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายอีกด้วย เมื่อคนที่เป็นโรคที่ทำให้มีระบบการทำงานของต่อมธัยรอยด์ต่ำ (hypothyroidism) บริโภคน้ำมันมะพร้าวเข้าไป อุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นประมาณ 1 ถึง 2 องศาเซลเซียส และจะยังคงสูงอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันมะพร้าวที่บริโภคเข้าไป ดังนั้น คนอ้วนเพราะต่อมธัยรอยด์ทำงานในระดับต่ำ จึงสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานดีขึ้น เพื่อช่วยลดน้ำหนักได้
ช่วยชะลอความหิว : น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยลดปริมาณรวมของการบริโภคอาหารและแคลอรี คุณจะรับประทานอาหารได้น้อยลง และรู้สึกอิ่มนานขึ้น จึงไม่รับประทานมากขึ้นในมื้อถัดไป

ดเด่

บทบาททางสรีรวิทยาของน้ำมันมะพร้าวต่อเส้นผม

บทบาททางสรีรวิทยาของน้ำมันมะพร้าวต่อเส้นผม




1. ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี: น้ำมันมะพร้าวช่วยลดปริมาณการสูญเสียโปรตีนของเส้นผม เพราะน้ำมันมะพร้าวมีความคล้ายคลึง (affinity) กับโปรตีนของเส้นผม จึงยึดเกาะเส้นผมได้ดี อีกทั้งยังมีขนาดเล็กจึงแทรกซึมเข้าไปในเส้นผมได้สะดวก ในขณะที่น้ำมันทานตะวันและน้ำมันแร่ (Mineral Oil) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมน้ำมันใส่ผม ไม่ได้มีส่วนช่วยแต่อย่างใด เพราะไม่สามารถซึมเข้าไปในเส้นผมได้เหมือนน้ำมันมะพร้าว

2. ช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะ: น้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะ เพราะน้ำมันมะพร้าวมีสารต่อไปนี้
- สารปฏิชีวนะ: กรดไขมันขนาดกลางในน้ำมันมะพร้าว โดยเฉพาะกรดลอริกมีฤทธิ์เป็นสารปฏิชีวนะที่สามารถฆ่าเชื้อยีสต์ที่ทำให้เกิดรังแค
- สารต่อต้านการเติมออกซิเจน: น้ำมันมะพร้าวมีสารแอนตีออกซิแดนต์ในปริมาณสูง ได้แก่ วิตามินอี สารไฟโตสเตอรอล และสารฟีนอล โดยเฉพาะวิตามินอีในน้ำมันมะพร้าวมรประสิทธิภาพสูงกว่าที่มีอยู่ใน เครื่องสำอางถึง 40 – 60 เท่า สารแอนตีออกซิแดนต์เหล่านี้ทำหน้าที่ต่อต้านการเติมออกซิเจนที่ทำให้เกิด อนุมูลอิสระที่ทำอันตรายต่อหนังศีรษะ ดังนั้น หนังศีรษะจึงไม่เหี่ยวย่น แต่มีสุขภาพดี เป็นผลทำให้เส้นผมเจริญเติบโตได้ดี

น้ำมันมะพร้าวทำอะไรกับเส้นผม
น้ำมันมะพร้าวทำให้เส้นผมสวย ด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้ :
- เส้นผมมีน้ำหนัก และดกดำเป็นเงางาม: จากการที่น้ำมันมะพร้าวช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพดี และช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม น้ำมันมะพร้าวจึงทำหน้าที่เป็นสารปรับสภาพของผม (Hair Conditioner) อย่างดีเยี่ยม ช่วยทำให้เส้นผมมีน้ำหนัก และดกดำเป็นเงางาม
- เส้นผมไม่แห้ง แดง แตกปลาย: จากการที่น้ำมันมะพร้าวช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพดี โดยการช่วยลดปริมาณการสูญเสียโปรตีนของเส้นผม ทำให้เส้นผมไม่แห้ง แดง แตกปลาย
- ผมไม่ร่วงก่อนวัย: จากการที่น้ำมันมะพร้าว ช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพดี โดยช่วยลดปริมาณการสูญเสียโปรตีนของเส้นผม ยังทำให้เส้นผมไม่ร่วงก่อนวัย แม้กระทั่งผู้ที่ร่วงเพราะพันธุกรรม น้ำมันมะพร้าวก็ช่วยได้ หากใช้เมื่อเริ่มร่วง
- ผมไม่หงอก: หากผมของท่านเริ่มหงอก เมื่อใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผมเส้นผมใหม่ที่งอกออกมา จนกลับดกดำ แม้แต่เพียงจากการใช้ครั้งแรก ท่านก็จะพบว่าเส้นผมนั้นมีน้ำหนักและดกดำยิ่งขึ้น

การใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผม
รินน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชาลงบนฝ่ามือ แล้วชโลมลงบนหนังศีรษะและนวดคลึงเส้นผม จากนั้นคลุมด้วยหมวกที่ใส่อาบน้ำ ใช้เครื่องเป่าผมเป่าให้แห้งโดยใช้ความร้อนสูงสุดเท่าที่จะทนได้ หรือไม่ก็ปล่อยทิ้งไว้ 1 -2 ชั่วโมง แล้วสระผมด้วยแชมพู และตามด้วยคอนดิชั่นเนอร์ (ถ้าเคยใช้) หากได้หมักผมเป็นประจำ เส้นผมจะอ่อนนิ่มอย่างมาก และดกดำเป็นเงางาม

ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling) คืออะไร ?



ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling) คืออะไร ?
ออยล์พูลลิ่ง เป็นวิธีการบำบัดของชาวอินเดีย โดยการอมน้ำมันไว้และเคลื่อนน้ำมันไปให้ทั่วช่องปาก ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจึงบ้วนทิ้งไป ออยล์พูลลิ่งเป็นที่ฮือฮาเมื่อ Dr. F. Karach, M.D., ได้เสนอรายงานต่อที่ประชุมสัมมนาบัณฑิตย์ทางด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศรัสเซีย เมื่อปี 2534-2535 การประชุมมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องมะเร็ง และแบคทีเรียซึ่ง Dr.Karach ได้อธิบายถึงการบำบัดรักษาโรคที่ยอดเยี่ยมไม่เหมือนใครด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้การอมน้ำมัน ผลลัพธ์ของการบำบัดด้วยวิธีนี้ ทำให้ผู้คนตะลึง ประหลาดใจ เต็มไปด้วยความสงสัยในรายงานของเขาเป็นอันมาก อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้มีการอธิบาย ซักถามกันถึงการรักษา มีการทดสอบ ทดลองใช้ทดลองทำ พิสูจน์หาความสมเหตุสมผลที่เกิดขึ้นต่างก็ยิ่งประหลาดใจถึงผลที่ได้รับจาก การรักษาอย่างสมบูรณ์อีกทั้งยังไม่มีอันตรายใดๆด้วย เป็นการรักษาทางด้านชีววิทยาโดยแท้ ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาโรคได้มากมายหลายชนิด

วิธีการทำออยล์พูลลิ่ง

ทำขณะที่ท้องว่าง จะดื่มน้ำก่อนหรือไม่ก็ได้ใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นประมาณ 2-3 ช้อนชา อมไว้ในปาก ค่อยๆ ดูด ดัน และดึง ให้น้ำมันไหลผ่านฟันและเหงือกน้ำมันจะเปลี่ยนเป็นขุ่นหรือมีสีเหลือง เคลื่อนน้ำมันไปทั่วๆปากอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15-20 นาที จากนั้นให้บ้วนน้ำมันทิ้งไป  บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยการดื่มน้ำ ทำอย่างนี้วันละครั้งเป็นอย่างน้อย




ควรจะทำออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling) เวลาไหนถึงจะดี ?
แพทย์ทางอายุรเวท แนะนำว่าควรจะทำในช่วงเช้า หลังจากแปรงฟัน และท้องว่างอยู่ Dr Karach แนะนำให้ทำช่วงเช้า ตอนท้องว่าง จะให้ดีควรเป็นหลัง 1 ชั่วโมง หลังจากดื่มน้ำเปล่า ชา กาแฟ หรือน้ำใดๆ ในช่วงเช้า แต่ขอให้ทำก่อนอาหารมื้อเช้า หรือ ตอนท้องว่าง ขณะที่รู้สึกไม่ค่อยสบาย สุขภาพร่างกายมีปัญหา ก็ทำได้

การทำออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling) ช่วยบำบัดรักษาโรคได้อย่างไร ?
Dr (med.) Karach ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ กล่าวว่า “ตามหลักการน้ำมันได้ช่วยรักษาฟันได้ดีอยู่แล้วตามที่ทราบกันดี จะเห็นผลได้ชัดเจนว่าน้ำมันทำให้ฟันมั่นคง แข็งแรง ช่วยรักษาฟันที่โยกคลอน รักษาอาการเลือดออกที่เหงือก และทำให้ฟันขาว” Oil Pulling ในด้านการแพทย์อายุรเวท เรียกว่า “KAVALA GRAHAM” ในหัวข้อของ Charaka Samhita sutra ได้เขียนไว้ว่า “การอมน้ำมันจะช่วยรักษาฟันที่เป็นรู เป็นแมงกินฟัน ช่วยรักษารากฟันให้แข็งแรง รักษาโรคฟัน อาการเสียวฟันที่เวลากินของเปรี้ยว จะช่วยรักษาฟันที่ผุ ทำให้ฟันแข็งแรงสามารถที่จะขบเคี้ยวของแข็งๆ ได้ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นที่รู้และต่างก็มีประสบการณ์กันในการรักษาโรคฟันมาแล้ว มากมาย มีหลักฐานเป็นที่เชื่อถือได้ในการใช้วิธี OP บำบัดรักษาโรคฟัน ป้องกันผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับฟัน หรือที่เกี่ยวกับฟัน และเห็นผลอย่างเด่นชัด ซึ่งหมอฟันไม่สามารถทำได้ จากประสบการณ์ต่างๆ มากมาย เราจะเห็นว่า OP ช่วยรักษาอาการปวดฟัน ขจัดการติดเชื้อ หยุดความเสียหายความเสื่อมสภาพที่จะเกิดหรือเกิดขึ้นแล้วกับฟัน บรรเทาหรือกำจัดอาการเสียวฟัน ทำให้ฟันมั่นคงและไม่โยกคลอน